สินค้าที่เรียกว่าหุ้น

6

August 27, 2012 by Lin

บทความนี้เขียนไว้นานแล้ว ตอนที่ผมคิดเล่น ๆ ว่าถ้าลองเปรียบหุ้นเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง ถ้ามันมีฉลาก บนซองมันจะเขียนอะไร หรือเราควรจะดูอะไรบนซองก่อนซื้อมันบ้าง และถ้าสัมภาษณ์ผู้บริโภคหุ้น มุมมองขั้วขวาจัดกับซ้ายจัดจะเป็นยังไงบ้าง พอลองเอาฉลากสินค้าอาหารกระป๋องขึ้นมาดู ก็พบความน่าประหลาดใจอยู่อย่างหนึ่งว่า ประสบการณ์เดิม ๆ ของการซื้อสินค้าปกติในชีวิตประจำวัน อันที่จริงแล้วสามารถนำมาใช้เลือกสินค้าที่เรียกว่าหุ้นได้เป็นอย่างดี


การซื้อหุ้นมีวิธีคิดเดียวกับการซื้อปลากระป๋องกลับบ้าน

ก็ขอไล่สิ่งที่มีในฉลาก ที่เห็นทั้งหมดก็มีตามนี้ครับ

1. ตราสินค้า
ตราสินค้าของหุ้น ถูกกำกับไว้ในรูปแบบเฉพาะตัว บางที่เป็นตัวอักษรย่อสั้น ๆ อย่าง SCC, PTT บางที่กำหนดเป็นตัวเลขอย่างอย่างตลาดหุ้นฮ่องกง บางตราได้รับความนิยมเป็นพิเศษจนเรียกว่า Bluechip หรือมี Premium เนื่องจากตลาดในคุณค่ามากกว่าปกติ เช่นหุ้นในกลุ่มวัสดุก่อสร้างหรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงทศวรรษ 90 หรือหุ้นกลุ่มค้าปลีก หรือโรงพยาบาลในปัจจุบัน บางตราสินค้าก็มีชื่อเสียงที่ไม่ดี จนเรียกว่าหุ้นเน่า หรือบางทีก็เปลี่ยนยี่ห้อหรือเปลี่ยนชื่อไปเฉย ๆ เพราะอยาก Rebranding เปลี่ยนโฉม ซึ่งมักจะเกิดจากที่แบรนด์เก่ามีปัญหา

นักเล่นหุ้น : ขอเน้นที่ตราสินค้าที่ได้รับความนิยม เดี๋ยวจะไปซื้อตาม
นักลงทุน : สินค้าไม่สำคัญที่ตรา สำคัญที่คุณค่าของสินค้า บางครั้งกลับชอบซื้อสินค้าที่ยังมีแบรนด์ไม่ดังด้วยซ้ำ

2. วันหมดอายุ
สินค้าประเภทหุ้น ไม่มีวันหมดอายุกำหนดแน่นอน มันอาจจะมีอายุยาวนานตั้งแต่หลายสิบปี ถึงร้อย ๆ ปี เหมือนกิจการอย่าง โตโยต้า มิตซูบิชิ GE บริดจ์สโตน แคนนอน โซนี่ ซีเมนส์ ฟิลิปส์ เนสท์เล่ ดูปองท์ หรือมีอายุขัยที่สั้นมาก ๆ ที่กิจการล้มละลาย หรือหมดอายุไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าความแข็งแกร่งของงบการเงินก็ช่วยยืนยันภาพระยะสั้น แต่ภาพระยะยาวนั้นมีความซับซ้อนกว่านั้นมาก

นักเล่นหุ้น : ไม่สนใจ ขอกินให้เสร็จก่อนหมดอายุก็พอ
นักลงทุน : สนใจ เพราะจะเก็บไว้ยาวนาน

3. ผู้ผลิต
หลายครั้งเราเห็นผู้ผลิตหรือโรงงานที่มีชื่อเสียง เราก็มักจะอุ่นใจไปเปลาะหนึ่งว่า สินค้าตัวนี้น่าจะมีคุณภาพดี ถ้าผู้ผลิตเป็นผู้ที่เราไม่รู้จัก ก็ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน สำหรับผู้ผลิตหุ้น คือผู้บริหารนั่นเอง ที่จริงแล้ว ผู้บริหารมีความสำคัญสุดยอดอย่างหนึ่ง เพราะเราไม่อาจรู้ว่ากระบวนการผลิตในโรงงานหุ้น มีอะไรอยู่เบื้องหลังได้ทั้งหมด คนที่เป็นเซียนสินค้าอุปโภค บริโภค จะทราบว่าโรงงานไหนน่าเชื่อถือ ซึ่งในฐานะนักบริโภคหุ้น เราก็ควรมีความรู้นี้เช่นกัน

นักเล่นหุ้น : ผู้ผลิตไม่สำคัญ แต่สนใจผู้ซื้อมากกว่า หรือบางครั้งก็สนใจผู้ผลิตที่มักจะเข้ามาแทรกแซงตลาด
นักลงทุน : สนใจผู้ผลิตที่มุ่งแต่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ

4. ตัวสินค้า
เนื้อหาภายในเป็นหัวใจสำคัญของสินค้านั้น ๆ เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ หรือรูปลักษณ์ภายนอก เช่นเดียวกับหุ้นอรรถประโยชน์ในการใช้งานของหุ้นที่แท้จริงคือการสร้างกระแสเงินสด ซึ่งจะให้ดอกผลออกมาให้รูปของเงินปันผลและ capital gain

ข้อดีของหุ้นอย่างหนึ่งคือ ถ้าคุณเลือกแบรนด์เรียบร้อยแล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปมองหากระป๋องที่ดี ไม่บุบ ฯลฯ หุ้นเป็นสินค้าที่เหมือนกันทุกประการถ้ามันผลิตออกจากโรงงานเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะมีมันอยู่เป็นจำนวนมาก ๆ (จนเค้าเรียกคุณว่าเป็นเจ้าของ) หรือว่ามีเพียงหุ้นเดียว สินค้าที่เหมือนกันทุกประการขนาดนี้ เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าซื้อชิ้นไหน หรือเลือกซื้อผ่านช่องทางไหน แต่สำคัญที่สุดคือ ราคาที่คุณซื้อ ถ้าได้ที่ราคาโปรโมชั่น ย่อมได้เปรียบ

นักเล่นหุ้น : ไม่สนใจตัวสินค้า (เพราะเหมือน ๆ กันทุกคน) แต่สนใจที่ราคา ชอบโปรโมชั่นก่อน
นักลงทุน : สนใจที่ตัวสินค้ามากกว่าราคา บางครั้งยอมซื้อแพงด้วยซ้ำถ้าสินค้ามีคุณค่าพอ โปรโมชั่นเป็นสิ่งที่มองหาเป็นลำดับที่สอง

5. ตรารับรอง และคู่มือการใช้งาน
สินค้าที่มีตรารับรอง อย่างตราอาหารและยา หรือกระทรวงอุตสาหกรรม ย่อมได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า ตรารับรองหุ้นเปรียบเหมือนกับการรับรองงบของหน่วยงานที่มีความเป็นกลางเช่นบริษัทตรวจสอบบัญชี หรือจากตลาดหลักทรัพย์ และสินค้ามักมีคู่มือการใช้งานมาให้ เปรียบได้กับเอกสารอย่างเช่น 56-1 หรืองบการเงิน (งบการเงินในความหมาย รวมถึงหมายเหตุประกอบงบด้วย)

นักเล่นหุ้น : ไม่เคยสนใจ เปิดดูหาแต่กำไรหรือราคา ไม่เคยดูฉลาก ไม่อ่านคู่มือ
นักลงทุน : สนใจตรารับรอง ทุกครั้งที่ดูงบ จะดูที่รายงานผู้ตรวจสอบบัญชี และเช็คซ้ำอีกครั้งว่า ตรารับรองให้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่

6. คุณค่า
สินค้าหลาย ๆ อย่าง มักจะถูกแปลงออกมาเป็นตัวเลข เพื่อที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ง่าย เช่น ถ้าเป็นอาหาร ก็จะเป็นคุณค่าทางโภชนาการ ถ้าเป็นรถยนต์ ก็เป็นกำลัง การประหยัดน้ำมัน ความกว้าง ความยาว สินค้าที่เรียกว่าหุ้น ประเมินมูลค่ายากกว่ามาก และมูลค่าอย่างที่เกรแฮมเรียกว่า Intrisic Value ก็เป็นช่วงเสียด้วย ด้วยการที่มีการมองต่างกันนั่นเอง จึงทำให้เกิดการซื้อการขายในตลาดหลักทรัพย์ตลอดเวลา

นักเล่นหุ้น : ซื้อมาขายต่อ จะไปสนใจคุณค่าในกระป๋องทำไม
นักลงทุน : ซื้อมากินเอง (หรือซื้อมาให้ครอบครัวกิน) จะต้องดูว่ามีคุณค่าครบถ้วน มีสารอาหารที่เป็นพิษหรือไม่

สรุปสั้น ๆ ว่า หุ้นก็เหมือนอาหารที่คุณกิน สินค้าที่คุณซื้อ

– อย่าลืมว่าต้องอ่านฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง
– แม้ว่าจะอ่านฉลากแล้วก็ระวังของปลอม
– คำเตือนบนฉลาก ที่ไม่เคยมีคนใส่ใจ คือการลงทุนมีความเสี่ยง โปรดหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
– สำหรับผมเอง — อย่าดื่มหุ้นเกินวันละสองขวด ชีวิตมีอะไรสวยงามกว่าหุ้นมากมายครับ

Advertisements

6 thoughts on “สินค้าที่เรียกว่าหุ้น

  1. Fox says:

    เปรียบเทียได้เห็นภาพเลยครับ

  2. noonnsn says:

    แล้วชอบกินกระป๋องไหนละครับ ? สุดยอดจริงๆกับบทความอันนี้ 🙂

  3. kaew says:

    i really like your idea!

  4. moonorway says:

    Lovely mak mak krab.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Archives

Blog Stats

  • 345,369 hits
%d bloggers like this: