หุ้นเปลี่ยนชีวิต

6

May 7, 2012 by Lin

ผมคิดว่าชีวิตคนเรา มีจุดเปลี่ยนได้หลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะได้แรงบันดาลใจจากคำพูดดี ๆ ของคนบางคน การได้ประกอบสัมมาอาชีพที่ตัวเองชอบ และทำได้ดี การเจอคู่ชีวิตที่ดี การเลือกการศึกษาที่ถูกจริตกับตัวเอง การได้พบแสงสว่างทางธรรม หรือการพบความทุกข์ครั้งหนัก ๆ ในชีวิต

เมื่อมาดูถึงการลงทุนบ้าง ผมคิดว่าหุ้นในชีวิตเรา มีอยู่หลายจำพวก ดังต่อไปนี้ครับ

1. หุ้นตัวแรก
แน่นอน หุ้นตัวแรกนำพาคุณเข้าสู่วิถีการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างเต็มตัว การตัดสินใจเข้าสู่การลงทุนของคนแต่ละคนแตกต่างกันออกไป และมันก็สะท้อนออกมาเป็น “หุ้นตัวแรก” ของคุณ เหมือนรักแรก ที่มันไม่จำเป็นต้องสมหวังเสมอไป แต่อย่างน้อยคุณก็ได้ลองอะไรบางอย่าง

สำหรับผม สิ่งที่นำพาผมเข้าไปอยากรู้ในตลาดทุนคือหนังสือ Rich Dad มันสร้างแนวคิดอะไรบางอย่างจนผมลองเปิดบัญชีหุ้นดูเพื่อทำการศึกษาสิ่งที่ตัวเองสงสัย หุ้นตัวแรก ๆ เป็นหุ้นจำพวกหุ้นยอดนิยมในตลาด คือ Kbank คงเป็นเหมือนกระแสในตลาดที่พาผมเข้าไป คุณภาพของการเข้าซื้อหุ้นตัวแรก สำคัญพอ ๆ กับประสบการณ์การรู้จักรักครั้งแรกของคุณ แน่นอนไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกอนาคตทั้งชีวิต แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะบอกทิศที่คุณจะเดิน ผมโชคดีที่ได้เข้าไปลองอ่านแนวทางของนักลงทุนหลาย ๆ คนตั้งแต่ช่วงแรก ๆ คนที่เตะตาผมมากในขณะนั้นคือ Buffett และนักลงทุนหลาย ๆ คนใน Thaivi จนผมคิดว่า PE ต่ำกว่า 10 เท่าของ Kbank ที่ราคาแถว ๆ 40 กว่าบาท น่าจะเป็นรักแรกไม่แย่นักของผมได้

2. หุ้นหลายเด้ง
ส่วนมาก หุ้นตัวแรก เป็นแค่ก้าวเล็ก ๆ ของการเดินทางไกล สิ่งที่จะทำให้คุณเข้าใกล้หลักไมล์แรกเพิ่มขึ้น คือหุ้นที่ทำกำไรให้คุณได้มาก ๆ และมาจากการตัดสินใจที่บางครั้งก็ถูกบ้างผิดบ้าง (ฟลุ้ค) คนที่ได้ไปต่อส่วนใหญ่ในตลาดคือคนที่ยังคงกำไรได้ในช่วงแรก แต่การทำกำไรได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงแรก ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป เพราะมันจะนำมาซึ่งความมั่นใจ และเพิ่มขนาดการลงทุนขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีนักลงทุนหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมาก ๆ เสมอคือ ช่วงที่ตลาดดี เพราะจะมีคนที่ได้จากตลาด แต่คนที่จะอยู่ต่ออย่างยั่งยืน ก็มีสัดส่วนที่น้อยมากไม่ต่างจากเดิม

สำหรับตัวผม หุ้นหนึ่งเด้งในช่วงแรกของการลงทุนมีสองสามตัว แต่ที่น่าจะชัดที่สุดคือ CPN ผมเจอมันตอน 7 บาท ด้วยสภาพคล่องที่น้อยมาก ๆ ขณะนั้น PE สูงถึง 15 เท่า ทั้ง ๆ ที่หุ้นในตลาดหลายตัวก็ Trade ที่ PE 10 เท่าทั้งนั้น ในตอนแรก ผมคิดผิดไปเยอะเหมือนกัน ในแง่ของการทำกำไรของ CPN เพราะผมคิดง่าย ๆ ว่าเซ็นทรัล คือส่วนหนึ่งของชีวิตผม (ผมเดินเซ็นทรัลชิดลม สีลม ตั้งแต่เด็ก และผมก็รู้ในเวลาต่อมาว่าไม่เกี่ยวกับ CPN) ปัจจุบันผมก็ยังคงเดิน และอนาคตผมก็ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรมาแทนที่ ภาพใหญ่ผมถูก ผมถามคนเดินห้างหลาย ๆ คน ก็ตอบเป็นคำเดียวว่าเซ็นทรัล ถ้ามันดีซะขนาดนี้ Market Cap ถูกกว่าหุ้นหลายตัวที่ผมไม่เข้าใจมันเลยมาก ผมศึกษาทำความเข้าใจกับหุ้นตัวนี้มากขึ้นพร้อม ๆ กับการซื้อหุ้นมากขึ้น จำนวนหุ้นที่ซื้อในเวลานั้น เรียกว่าน้อยมาก ตามขนาดพอร์ต ขายหมูไป 25 บาท และมันไปทำจุดสูงสุดแถว 30 กว่าบาท แต่มันก็สร้างอะไรบางอย่างในชีวิตการลงทุนผมขึ้นมา

3. หุ้นตีแตก
บุคคลที่สร้างและนิยามหุ้นตีแตกได้ดีที่สุดคือ ดร.นิเวศน์ หุ้นตีแตก จะเกิดขึ้นในชีวิตการลงทุน เมื่อศาสตร์ และศิลป์ของการลงทุนของเราสุกงอม และบางครั้งอาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ หุ้นตีแตกคือหุ้นที่ซื้อเยอะมากในสัดส่วนพอร์ต และมันทำกำไรให้คุณเป็นเด้ง ๆ (เป็นหลาย ๆ เท่า) ในวงการนักลงทุน จะเจอเซียนที่ตีแตกหุ้นได้จำนวนไม่น้อย ตัวอย่างที่แสดงขึ้นมาเหมือนฮีโร่ ที่เราทำตามได้ไม่ง่ายเลย เพราะหลายครั้งคนกลุ่มนี้ก็ซื้อมาร์จิ้นจำนวนมาก ผลกำไรของหุ้นตีแตกทำให้ขนาดพอร์ตเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

ผมไม่ค่อยมีหุ้นตีแตกในชีวิตเท่าไหร่ ด้วยที่สัดส่วนการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวผม มักจะไม่เกิน 25% ในเวลาหนึ่ง ๆ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมละเมิดกฎ ทั้งด้วยความจำเป็น คือ HMPRO ผมซื้อที่ราคาประมาณ 4-5 บาท ในช่วงปี 2006 หลังจากวิเคราะห์แนวโน้มจากการไปเห็น Home Depot ที่อเมริกา ซื้อจนเต็มจำนวนที่อยากได้ แต่ราคายังคงปรับลงเนื่องจากแรงกดดันจากกระแสฟองสบู่อสังหาในขณะนั้น บังคับให้ผมอยากซื้อถัวมันเพิ่ม ซื้อไปเรื่อย ๆ เป็นปี ๆ จนกระทั่งผมได้กำไรสูงมากจากหุ้นตัวนี้ หลังจากที่ HMPRO ได้รับการยอมรับจากการเติบโตของยอดขาย และแนวโน้มใหญ่ที่เคลื่อนเข้าไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว หุ้นตัวนี้ยังอยู่ในพอร์ต ด้วยจำนวนเงินเริ่มต้นที่น้อย แต่สร้างผลตอบแทนได้มหาศาล

4. หุ้นเปลี่ยนชีวิต
หุ้นตีแตก ช่วยยกระดับสถานภาพของเรา เริ่มทำให้นักลงทุนมีสิ่งที่เรียกว่าอิสรภาพทางการเงิน ขนาดพอร์ตโตขึ้นจากจุดเริ่มต้นมาก แต่อย่างไรก็ดี ผมเริ่มสังเกตว่านักลงทุนก็ยังคงต้องเป็นหนูถีบจักร คือมุ่งตามหาความผิดปกติของตลาด และหาหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่า ซึ่งแน่นอนว่าเริ่มหายากขึ้นทุก ๆ วัน จากสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดทุนบ้านเรา ผมยังจำได้ว่าในอดีต หุ้นถูก ๆ หาง่าย หุ้นถูกและดีหายาก แต่ปัจจุบันแค่หุ้นถูก ๆ ก็หายากแล้ว อีกทั้งหุ้นถูก ที่มีคุณภาพไม่สูง ทำให้เราต้องใช้เวลาติดตามข่าวมาก เรียกได้ว่า ปัจจุบัน คุณภาพชีวิตนักลงทุนต่ำลงจากช่วงที่หุ้นราคาถูก ๆ เมื่อหลายปีก่อนพอสมควร

ในความคิดที่ผุดขึ้นมา หุ้นที่เปลี่ยนชีวิต จึงต้องเป็นหุ้นที่ให้อิสรภาพทางการเงิน และอิสรภาพในการใช้ชีวิต คือไม่ใช่เราจะต้องจับมันเพราะเราอยากมั่งคั่งแต่เพียงอย่างเดียว จะต้องมีเวลาในส่วนที่เหลือทำชีวิตให้มีคุณค่าด้วย เพราะชีวิตที่มีคุณค่า มีความหมายยิ่งกว่าเรื่องเงินด้วยซ้ำ ผมเริ่มมองหาหุ้นประเภทนี้มากขึ้นในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา สิ่งที่พบเบื้องต้น คือ หุ้นประเภทนี้ต้องมีคุณสมบัติ DCA แบบ Supers stock ทุกประการ ต้องมีสิ่งที่เป็น Megatrend และเราก็ต้องเป็นเหมือน Superman ด้วย เพราะหุ้นเหล่านี้มีสองลักษณะคือ น่าเบื่อมาก ๆ และน่าตื่นเต้นสุด ๆ ในแต่ละช่วงของชีวิตมัน บางครั้งก็นิ่งสนิทเป็นระยะเวลานาน บางครั้งกลับลงด้วยซ้ำ บางครั้งก็ขึ้นเป็นบ้าเป็นหลัง จนเราอยากขาย

ผมเจอหุ้นเหล่านี้อยู่กลุ่มหนึ่ง และยังคงพยายามเสาะหาอยู่ต่อไป แต่อย่างไรก็ดี หุ้นเปลี่ยนชีวิต มักเป็น Superstock แต่หุ้น Superstock ไม่ได้เป็นหุ้นเปลี่ยนชีวิตคุณเสมอไป อีกทั้งหุ้นประเภทนี้ หาในราคาถูก ๆ ไม่ง่าย มีแค่เรายอมจ่ายตอนที่มันเสี่ยงสุด ๆ (คือภาวะวิกฤต) กับยอมจ่ายแพงหน่อย เพราะเห็นมูลค่าที่มันซ่อนอยู่ ผมชอบเปรียบเทียบกับภาพวาดของปิกาโซ่ คนที่เห็นค่ามันในตอนแรกมีน้อยคนมาก บางคนซื้อไปก็ไม่ได้ดูแลรักษามัน แต่พอมันเริ่มมีมูลค่า บางคนก็ยอมจ่ายแพง ๆ เพราะเห็นมูลค่าของมัน ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็มองว่าคนที่แลกภาพวาดด้วยเงินหลายร้อยล้านเหรียญ เป็นคนบ้าและไม่มีเหตุผล

สุดท้ายหุ้นประเภทนี้ ไม่ได้แปลว่าคุณจะขายมันทิ้งไม่ได้ ศิลปะตรงจุดสุดท้ายนี้ ผมคิดว่ายากที่สุด เหมือนกับจะไปถาม Buffett ว่า คุณจะขาย Coke เมื่อไหร่ คำตอบที่ Buffett จะตอบคุณคือ ไม่มีวันขาย แต่สิ่งสำคัญคือ Buffett วงเล็บไว้ข้างหลังว่า “ตราบเท่าที่ Coke ยังเป็น Coke” วงเล็บตรงนี้สั้น ๆ แต่ตีความไม่ง่ายเลยครับ และในประวัติศาสตร์ที่ผมอ่าน ๆ มา ผมยังไม่เห็น case เหล่านี้เท่าไหร่ ก็ขอละไว้ ในฐานที่ผมยังไม่เข้าใจมันมากนัก

สุดท้ายวิถีชีวิตของนักลงทุนก็ดำเนินต่อไป และชีวิตของนักลงทุนก็เป็นสิ่งที่ทุกคนเลือกเอง ชีวิตคุณเลือกหุ้นมาเป็นเพื่อนคุณ Lynch บอกว่าอย่ารักหุ้น แต่ผมคิดว่าถูกแค่ครึ่งเดียว ถ้าคุณไม่รักหุ้นคุณเลย และมันจะรักคุณและดูแลคุณในช่วงชีวิตที่เหลือได้อย่างไร

Advertisements

6 thoughts on “หุ้นเปลี่ยนชีวิต

  1. noonnsn says:

    สุดยอดข้อความเลยครับผมก็พยายามหาหุ้นเปลี่ยนชีวิตเหมือนกันครับ

  2. ake3004 says:

    เหมือนกับจะไปถาม Buffett ว่า คุณจะขาย Coke เมื่อไหร่ คำตอบที่ Buffett จะตอบคุณคือ ไม่มีวันขาย แต่สิ่งสำคัญคือ Buffett วงเล็บไว้ข้างหลังว่า “ตราบเท่าที่ Coke ยังเป็น Coke”
    i think it means not selling it if Coke is continue growing.Selling after growth is less than 5%mang…

  3. Lin says:

    coke บางช่วงก็ไม่โตมาหลาย ๆ ปีครับ มองไปยาว ๆ ช่องว่างที่จะให้เติบโตได้อีก ก็น้อยลงเรื่อย ๆ ภาพต่างจากหลายสิบปีที่แล้วพอสมควร

    ความสามารถในการแข่งขันแม้ยังเข้มแข็งอยู่ แต่ก็ถูกท้าทายหลาย ๆ ด้าน

    ราคาหุ้นปัจจุบัน ยังไม่สามารถชน high เดิมที่ปี 1998 ได้เลย Buffett ถือเฉย ๆ มา 14 ปีแล้ว

    เทียบกับคู่แข่ง pepsico ผมยังว่าดูดีกว่าอีก น้ำดำไม่ดีเท่า แต่น้ำอื่น ๆ ดี snack อาหารก็ดี

    แต่สำหรับ Coke ที่โต คือ Dividend ผมไม่เคยเห็น dividend บริษัทนี้ตกเลย

    ในนิยามนี้ ถ้าระยะยาวจริง ๆ อาจจะดูที่ Dividend ก็ได้มั้งครับ FCF ที่แท้จริงของผถห.

    ผมยังไม่ตกผลึกมาก สำหรับหุ้นเปลี่ยนชีวิตของผมในอีก 10-20 ปีข้างหน้า แต่ก็คิดว่าสุดท้ายคงมาตามทางนี้ครับ

  4. Fon says:

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ
    ขออนุญาติแชร์ต่อนะคะ
    ชอบบทความนี้มาก

  5. kabuvi says:

    ผมคิดว่าหุ้นบางตัว ก่อนที่จะมาเป็น Super stock มันอาจจะเป็นแค่ Normal stock หรือไม่ก็ Good stock มาก่อน ด้วยปัจจัยบางอย่างภายในบริษัท แต่ถ้าถึงวันนึงมันปลดปล่อยหรือแก้ไขจุดนั้นได้ มันก็อาจจะกลายเป็น Super stock ได้อย่างที่คนส่วนใหญ่พูดกัน ผมคิดว่า CPALL ก็เป็นหนึ่งในนั้น

    อย่างไรก็ตาม Super stock ก็อาจจะไม่ได้คงสภาพนั้นอยู่เสมอไป ในอนาคตด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป มันอาจจะกลับกลายเป็นแค่ Good stock และ Normal stock เหมือนเดิมก็ได้
    อย่างที่คุณ Lin บอก จุดที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงในจุดนี้ที่สำคัญคือ DCA ผมเห็นด้วยครับ
    อีกอย่างนึงที่ผมคิดว่าสำคัญคือ ความสามารถในการปรับตัว ครับ

    ขอบคุณสำหรับบทความดีดีครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Archives

Blog Stats

  • 344,115 hits
%d bloggers like this: