ธรรมะ และ หุ้น

4

February 21, 2010 by Lin


ธรรมะและหุ้น เหมือนจะเป็นเรื่องคนละขั้ว หุ้นเปรียบเหมือนเรื่องทางโลก เกี่ยวข้องกับเงินตรา แต่ธรรมะเหมือนการละเว้นซึ่งบาป และกิเลส ผมซึ่งมีโอกาสปฏิบัติธรรมทางแนวทางวิปัสสนากรรมฐานมา 3 ปี (และพรุ่งนี้ผมก็จะไปปฏิบัติอีกครั้งเป็นระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์) ข้อสรุปที่ได้คือ ตลาดหุ้นคือธรรมะอย่างหนึ่ง ธรรมะที่เป็นธรรมชาติของจิตมนุษย์ Mr. Market เป็นตัวแทนของจิตของมนุษย์ที่ประกอบด้วยกิเลส และอนุกิเลสมากมายรุมเร้า การศึกษาธรรม เหมือนเป็นวิธีที่ทำให้เราเข้าใจ Mr. Market ได้ลึกซึ้ง และรู้จักวิธีจัดการกับมันได้ดี

การปฏิบัติตามวิธีเจริญวิปัสสนาสติปัฏฐาน 4 คือการตั้งมั่นสติบนกรรมฐานทั้ง 4 อันได้แก่ ทางกาย ทางเวทนา ทางจิต และทางธรรม
เพื่อให้เข้าใจในเบื้องต้น กรรมฐาน มี 2 แบบ คือ
(1) สมถกรรมฐาน
(2) วิปัสสนากรรมฐาน

การเจริญสมถกรรมฐาน เป็นการเจริญสมาธิเพื่อมุ่งหมายให้ได้ สมาธิที่กล้าและลึก เป็นการข่มกิเลสไว้ ณ ขณะที่กำลังมีสมาธิ แต่ไม่ได้ถอนหรือประหารกิเลสได้แม้แต่น้อย เมื่อหมดสมาธิ หรือเมื่อออกจากสมาธิ กิเลสก็กลับฟูขึ้นได้เหมือนเดิม หรือยิ่งกว่าเดิมได้ การเจริญสมถกรรมฐานจะได้ฌานและได้ อภิญญาคืออิทธิฤทธิ์ต่างๆ เมื่อได้แล้วก็อาจหลงติด หลงในฤทธิ์ ที่ตนได้มา และยังสามารถนำฤทธิ์นั้นไปใช้ในทางที่เป็นโทษได้

ส่วนการเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น เป็นไปเพื่อการเพิ่มพูน ‘ปัญญา’ โดยส่วนเดียว การเจริญวิปัสสนากรรมฐานไม่ได้เน้นเอาสมาธิ ที่กล้าและลึก แต่เน้นการมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ทุกขณะ ปัญญาจากการเจริญสติและการเจริญวิปัสสนากรรมฐานนี้ เป็นปัญญารู้แจ้งแทงตลอด รู้แจ้งในตน รู้แจ้งในทุกข์ รู้แจ้งความเป็นจริงของโลก รู้แจ้งกิเลส รู้เท่าทันกิเลส ปัญญาที่สะสมเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จากการค่อยๆ รู้แจ้งเท่าทัน ในสิ่งทั้งปวงเหล่านี้เอง ที่จะค่อยๆ ประหารกิเลสเป็นขณะๆ ไป กิเลสก็จะเบาบางลงได้จริง เพราะไม่ได้ข่มไว้แบบสมถกรรมฐาน แต่ว่าค่อยๆ ตัดรากถอนโคนกิเลสไปทีละนิด กิเลสจึงตายไปได้ คือหมดไปได้ทีละน้อย ได้จริงๆ จนในที่สุดเมื่อปัญญาแก่กล้าจนถึงที่สุด ปัญญาตัวนี้ก็จะ สามารถประหารกิเลสให้หมดสิ้นไปได้ เป็นสมุจเฉทปหาน เมื่อกิเลสหมด บุคคลก็จะไม่ต้องเกิดอีก คือ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก
(ถอดความส่วนหนึ่งจากบทความทางธรรม)

การเจริญสติ ผมว่าช่วยในการลงทุนของผมมาก ทำให้รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง โดยเฉพาะอารมณ์โลภ และ กลัว (ที่เป็นกิเลส) ผมได้สิ่งนี้มาช่วย จนทำให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายครั้ง การลงทุนให้สำเร็จ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การมีความสุขในการลงทุนเป็นเรื่องยากกว่ามาก แต่หลักการทั้งหมดจะเข้าใจได้ ต้องปฏิบัติ ต้องทำด้วยตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง ถ้ามีโอกาสอยากจะให้ได้ลองเข้าไปสัมผัสเรียนรู้ ซึ่งวิชานี้ไม่มีหนังสือ หรือตำราเล่มไหนถ่ายทอดออกมาได้เลย

เพราะผมเชื่อว่าปัญญาที่เรียนรู้เกิดขึ้นจากทางธรรม สามารถนำไปใช้เป็นหลักยึดสำหรับการดำเนินชีวิตและการลงทุนได้ เป็นหลักการที่สามารถใช้ได้ไม่ว่าคุณจะมีแนวทางการลงทุนแบบใดก็ตาม ทำให้คุณถึงจุดสูงสุดแห่งการลงทุน คือการมีความสุข รู้ตัว ทั่วพร้อมทุกขณะจิต

หมายเหตุ
ถ้าสนใจ เบื้องต้น ลองเข้าไปดูข้อมูลใน http://www.ybat.org : ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
หลักสูตรพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาและสันติสุข โดย คุณแม่สิริ กรินชัย
สถานที่อยู่ที่เพชรเกษม 54 ระยะเวลา 7 วัน 8 คืน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

Advertisements

4 thoughts on “ธรรมะ และ หุ้น

  1. สมาธิจะว่ากันตามจริง คือระบบ 2 ระบบ

    สมถะคือระบบโหมดพักผ่อน จะตัดขาดจากทุกสิ่ง ต้องห่างจากสังคม ลงทุนบวชชั่วชีวิต เหมือนไปเที่ยวมาความรู้สึกเช่นนั้น เป็นการคลายเครียด แต่เวลาเข้าสังคมจะหงุดหงิด อยู่ท่ามกลางปัญหามากๆ จะไม่ใหวเอา เหมาะกับ การอยู่สันโดษ พระชอบกันเยอะมาก เป้าหมายวิธีนี้คือ การหลุดพ้นด้วย เจโตวิมุติ คือ เหมือนเราปิดไฟในห้อง มีดหมด ตัดกิเลสด้วยวิธี ไม่รับรู้ เอาสงบ เข้าถึงที่สุดแห่งทุกข์ด้วยความสงบ ที่ลึก

    วิปัสนากรรมฐานคือระบบ โหมดไปทำงาน เหมือนนั่งฝึก ให้สติได้มีกำลัง งานคือการทัก การทักคือเน้น เน้นสติตามที่เราเจอขณะนั่ง วิธีนี้ ตอนนั่งจะดูวุ่นวาย แต่ตอนออกมาใช้ชีวิตประจำวันแล้วจะสงบ เยือกเย็น ตรงข้ามกับ สมถะ ที่นั่งจะสุข ออกมาจะทุกข์ เพราะขณะหลับตา วิปัสนาจะทักทุกอย่าง ดีก็ทัก ไม่ดีก็ทัก
    การทักคือการ เน้น เน้นสติให้รู้สภาวะที่กำลังเจอ เลยเหนื่อยเพราะ เวลาที่นั่ง จิตมีแต่งานมาให้ทักตลอดเวลา นอกจากงานหลักคือตามหนังหน้าท้อง จะเหมือนไปโรเรียน เหนื่อย บางทีออกสมาธิมาเหงือแตก เพราะ มีอะไรให้ทักตลอดเวลาจน นาฬิกาดัง ระฆังหมดยก นักมวยลงเวที เหมือนไปทำงาน แต่ประโยชน์คือ ออกมาใช้ในชีวิตประจำว้ันได้ โดยเป็นอัตโนม้ัติ รับมือปัญหาต่างๆได้ดี ยิ่งเจอปัญหายิ่งชอบ วิธีนี้ สติจะได้เติบโต และเป็นวิธีที่พระพุทธเจ้ารับรอง เป็นทางสายเอก พระพุทธเจ้าหลุดพ้นด้วยวิธีนี้ เรียกว่าสติปัญฐานสี่ เอาสติไปรู้ ขณะกายใหวตอนนั่งนิ่งๆ ไปรู้ความรู้สึก ไปรู้ความคิด และไปรู้อารมณ์ที่มาคลองเราขณะนั่งนั้นๆ

    ขอบคุณ บทความนี้ ทางโลก ธรรม มันเส้นผมบังภูเขา ถ้าทำถึงก็เห็น เห็นธรรมก็อ๋อ ทั้งสองระบบ เน้นสติคือวิปัสนา คือเท่าทันความเป็นจริง ขณะปัจจุบัน เลยเอาไปใช้ทางโลกได้ครับ จิงเหมาะกับ มนุษย์โลก ในสมัยนี้เป็นอย่างมาก พอดี เรื่องนี้เข้าทางอะ เลยขอเสริมนิสครับ สวัสดีวันวาเลนไทน์กับวันตรุษจีนครับ

  2. นุกูล says:

    แนะนำให้อ่าน http://www.difficultdhamma.blogspot.com

    โดย วิศวะจุฬา

    จะได้ความรู้มากมาย

    การศึกษาพุทธศาสนา ต้องแยกภาษาโลก ภาษาธรรม ให้ออก

    นุกูล

  3. Verapong Tam says:

    ขอบคุณครับ ได้ลองตามไปอ่านแล้ว ลึกซึ้งอ่านยากเหมือนชื่อ blog เลยครับ จะเข้าไปติดตามเรื่อย ๆ ครับ

    สำหรับทั้งทางธรรม และทางหุ้น ออกตัวก่อนว่าผมยังไม่แตกฉานทั้งคู่ ค่อย ๆ ศึกษาไปเรื่อย ๆ ลองผิดลองถูก ขอให้ทิศทางใช่ จุดหมายปลายทางคงตั้งอยู่บนเส้นทางของเรา 🙂

  4. เอิญ เอฺญ says:

    ขอก็อปรูปหน่อยนะคะ น่ารักมาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Archives

Blog Stats

  • 344,115 hits
%d bloggers like this: