ขับรถเที่ยวฝรั่งเศส 1,000 ไมล์จากปารีสจรดโปรวองซ์ (5)

7

January 17, 2010 by Lin

วันนี้พวกเรามีแผนเดินทางจาก Lyon (ลียง)เข้าพักที่ Avignon (อาวิญญง) เมืองสุดท้ายที่จะมีกลิ่นอายของฝรั่งเศสตอนบนและตอนกลาง ก่อนเข้าสู่ Aix-en-Provence เมืองที่เป็นประตูสู่โปรวองซ์

แต่เนื่องจากมีเวลาเหลือจากลียงและเราอยากเก็บบรรยากาศรอบ ๆ มากกว่าเจาะลึกในอาวิญญงเมืองเดียว เราจึงแวะเที่ยวสถานที่อื่น ๆ ก่อน ขับรถเที่ยวในฝรั่งเศส ผมว่าสนุกกว่าเดินทางด้วยวิธีอื่น เพราะคุณจะได้เที่ยวแบบอิสระเสรี ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคุณ เมืองในฝรั่งเศสก็มีเอกลักษณ์แทบทุกเมือง เรียกได้ว่าแวะไปเถอะ ได้มุมถ่ายรูป ได้เรื่องเล่ากลับบ้านแน่นอน นอกจากนั้นเราอยากปรับตัวจากความเป็นฝรั่งเศสแบบชาโตว์ หรูหรา สักเล็กน้อย จึงเลือกแวะ Nimes และ Pont du Gard ที่เป็นสะพานเชื่อมเข้าสู่เอกลักษณ์ของโปรวองซ์


ภาพ : Pont du Gard มุมจากแม่น้ำเดินเท้าเปล่าลงมาเก็บภาพได้แค่ปีละครั้งช่วงฤดูหนาว

ฝรั่งเศสทางตอนใต้ จะมีกลิ่นอายของอารยธรรมโรมันผสมผสาน โรมันขยายอิทธิพลมากในแถบนี้ เนื่องจากทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ โรมันไม่ใช่โปรวองซ์ เพราะถ้าคุณชอบสถาปัตยกรรมโรมัน ก็คงต้องไปโรมมากกว่า เช่นถ้าคุณต้องการดูอาคารโรมันสวย ๆ ต้องไปเดินบริเวณย่านเก่าแก่อย่าง Porta capena หรืออยากดูการใช้ชีวิต คงต้องไปโคลอสเซียมแห่งโรม แต่หากจะดูสะพานส่งน้ำ (Aquaduct) ที่ดีที่สุด คุณต้องมาฝรั่งเศส ต้องมา Pont du Gard

Pont du Gard เป็นสะพานส่งน้ำ สิ่งประดิษฐ์ทางวิศวกรรมที่ชาวโรมันสร้างขึ้น เพื่อทดน้ำจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ถ้าอาณาจักรโรมันใช้ถนน เพื่อขยายพื้นที่อำนาจของอาณาจักร สะพานส่งน้ำก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้โรมันสร้างเมืองที่ยิ่งใหญ่ได้ เมืองของอาณาจักรโรมันมีขนาดใหญ่กว่า 1 ล้านคนได้ เพราะมีระบบการส่งน้ำที่ดี (ในยุคนั้นมีไม่กี่เมืองที่สามารถรองรับความหนาแน่นประชากรขนาดนี้ได้ ถ้าไม่มีระบบสาธารณูปโภคที่ยอดเยี่ยม) แน่นอนว่าระบบส่งน้ำที่หนาแน่นและดีที่สุดอยู่ที่โรม แต่ Pont du Gard คือระบบส่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดยังหลงเหลือให้คนปัจจุบันทึ่งในพลังแห่งวิศวกรรมของชาวโรมัน


ภาพ : ดูขนาดมันได้ จากคนที่เป็นเงาเล็ก ๆ ด้านซ้ายมือ และดูการตัดหินระดับ perfect cutting ที่เข็มยังสอดเข้าไปไม่ได้

สะพานส่งน้ำแต่ละแห่งต้องมีการคำนวณอย่างละเอียดก่อนที่จะก่อสร้าง ทั้งในแง่ความยั่งยืนของแหล่งต้นน้ำ (Sustainable of water resource) เส้นทางเดินน้ำ(ทั้งใต้ดินและบนดิน) และวิธีการก่อสร้าง เนื่องจากสะพานส่งน้ำจะใช้ประโยชน์จากแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อให้เกิดกระแสน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้นความแม่นยำในการคำนวณและการก่อสร้างจึงต้องมีสูง อย่าง Pont Du Gard มีระยะทางกว่า 50 กิโล แต่ความผิดพลาดในความแม่นยำของการก่อสร้างมีแค่ 10 กว่าเมตร (เรียกว่า Gradient เป็น derivative หรือ differential ของ function linear คุ้น ๆ ว่าเคยเรียนในวิชาวิศวกรรม) ยิ่งไปกว่านั้น การก่อสร้างต้องใช้ตัดหินในระบบ perfect cutting ไม่ต้องใช้ Mortar (หรือพวกปูนซิเมนต์) ในการเชื่อมต่อ การเข้าไปดู Pont du Gard ใกล้ ๆ ได้จับ หรือ สัมผัสมัน คุณก็จะเห็นความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน

ผมเดินดู Pont Du Gard ระยะหนึ่ง ก็เหลือบมองบรรยากาศรอบ ๆ เราเดินทางมาช่วงฤดูหนาว จึงไม่มีคนมาปิคนิค หรือเล่นกิจกรรมทางน้ำ คนฝรั่งเศสชอบกิจกรรม Outdoor มาก ๆ เพราะประเทศมีทั้งแม่น้ำ แก่ง ภูเขา สูงต่ำ ที่ราบ ภูมิประเทศที่หลากหลายทำให้เกิดกิจกรรมหลายอย่าง ผมได้มีโอกาสไปทำกิจกรรมเหล่านี้ที่ Morzine ซึ่งอยู่ในบริเวณ French Alps สนุกมาก และถ้ามีโอกาสอยากหาอะไรทำแปลก ๆ ก็ไม่ควรพลาด


ภาพ : Parkours Adventure กิจกรรมห้อยโหนสลิง ไต่อยู่บนต้นไม้ มีด่านต่าง ๆ ให้ใช้ความกล้าที่มีอยู่ เพื่อผ่านมันไป (Parkours แปลว่ากิจกรรมเพื่อฝึกทักษะการเคลื่อนไหว คนคิดคงอยากจะกลับเป็นลิง)


ภาพ : via ferrata กิจกรรมไต่เขาที่พออยู่บนนั้นแล้วก็สนุกไม่ออก (อยากลง) แต่พอเล่นเสร็จก็อยากกลับไปอีกรอบ


ภาพ : ล่องแก่งที่ฝรั่งเศส (Rafting) สนุก มีหลายระดับให้เลือก แต่แพงงงมาก

เล่านอกเรื่องเพลิน อ่านเวปนี้ได้รายละเอียดท่องเที่ยวน้อย แต่ผมหวังว่าน่าจะได้มุมมองหรือสิ่งที่ทำให้การท่องเที่ยวคุณสนุกขึ้น จาก Pont du Gard ก็มุ่งสู่ Nimes เพื่อไปดูเมืองเก่าของโรมัน


ภาพ : บ้านของเศรษฐีณีเก่าใน Nimes


ภาพ : สถานที่บันเทิงที่คนโรมขาดไม่ได้ โรมัน Coliseum

และเราก็เข้า Avignon เมืองแห่งโปป (โปปในยุคกลางทรงพำนักอยู่ที่นี่) ในช่วงค่ำ ๆ เพื่อมาเก็บบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ Avignon มีสะพาน Pont d’Avignon ที่ขาดกลางเนื่องจากระเบิดในสงคราม แต่ความที่มันขาดกลาง ทำให้มันน่าหลงใหลและสวยกว่าเดิม อะไรที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่สิ่งที่สวยงามที่สุดเสมอไป


ภาพ : เจอฝรั่งกำลังถ่ายทำสารคดี Pont d’Avignon พอดี

พวกเราเดินเล่นดูเมืองอยู่ซักพัก ก็กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมเล็ก ๆ กลางเมือง เพราะว้นพรุ่งนี้เราต้องขับรถไปหลายเมือง เมืองสวย ๆ เหมือนในเทพนิยาย ที่เราไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่จริง

Advertisements

7 thoughts on “ขับรถเที่ยวฝรั่งเศส 1,000 ไมล์จากปารีสจรดโปรวองซ์ (5)

  1. Dekisugi says:

    อยากไปอังกฤษกับฝรังเศสมาก

    • Verapong says:

      ไม่น่าเชื่อว่าสองประเทศนี้จะถูกทะเลบาง ๆ กั้นไว้นะครับ ต่างกันราวฟ้าดิน

  2. The Little Persimmon says:

    ดูรูปไปอ่านไปก็อยากไปเที่ยวบ้างจัง แต่คงไม่มีโอกาสทำกิจกรรมสนุกๆท้าทายแบบหลินแน่นอน คาดว่าTiger Leaping Gorge คงจะเป็นทริปสุดท้าย ไม่มีโอกาสที่จะได้ทำกิจกรรมสนุกท้าทายแต่เหนื่อยแบบนั้นอีกแล้ว เพราะไม่มีใครไปhikingด้วย แถมไม่รู้ว่าจะจัดเวลาได้อีกเหมือนสมัยเรียนมั้ย เห็นด้วยนะที่บอกว่าตอนนั้นก็อยากให้ถึงไวๆ แต่พอกสับมาแล้วก็อยากจะไปอีกเนอะ:)

    • Verapong says:

      บางครั้งมันก็ผ่านเข้ามาแค่ครั้งเดียวนะ ต้องฉกฉวยวันเวลาเอาไว้

      เราอยากเดินทางเส้นทางสายไหมต่อ ก็คงหาโอกาสได้ลำบากแล้ว คงจะไปเดินทางอีกครั้งซัก 30 ปีข้างหน้า หลังจากเกษียณแล้ว

      Tiger Leaping Gorges รออ่านได้ในบล็อก ตั้งใจจะเขียนหลังจากทริปฝรั่งเศสเสร็จนี่แหละ

  3. duangjair09@gmail.com says:

    ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูลดี ๆ ที่จะได้ใช้ไปวางแผนเที่ยวบ้าง โอกาสกำัลังจะมา —ขอให้มีความสุขกับการท่องเที่ยวนะคะ

  4. PuiPui says:

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ กำลังจะได้ไปขับรถเที่ยวใน Provence ต้นเดือน พค. นี้แล้วล่ะค่ะตื่นเต้นจัง
    แต่คงไม่ได้ กิจกรรม adventure ขนาดนี้หรอกค่ะ

  5. Verapong Tam says:

    Provence สนุกมากครับ Confirm ขอให้คุณ duangjair ได้ไปไว ๆ และคุณ puipui เที่ยวให้สนุกนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Archives

Blog Stats

  • 344,115 hits
%d bloggers like this: