กำแพง 10,000 ลี้แห่งความหลัง (ตอนจบ)

2

October 10, 2009 by Lin

IMG_0199
ภาพกำแพงฤดูใบไม้ผลิ (ป้อมขวามือ คือโรงแรมของเราคืนนี้)

เราเดินทางผ่านซากกำแพง ซึ่งเฟย เฟย ได้เล่าให้พวกเราระหว่างพักบนป้อมที่ปรักหักพังว่า กำแพงส่วนบนนี้น่าจะถูกสร้าง และบูรณะมาภายหลัง อาจจะประมาณร้อยปี เนื่องจากมีรอยของแคลเซียมที่เป็นเสมือนปูนเชื่อมอิฐแต่ละก้อน แต่ส่วนล่างของกำแพง ซึ่งมีวิธีการสร้างที่แตกต่างกัน คือจำเป็นจะต้องกัดเซาะหินให้ได้รูปทรงอย่างที่ต้องการที่สุด แล้วนำไปวางเรียงกันน่าจะเก่ากว่ามาก เพราะการทำเช่นนี้ค่อนข้างต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก และสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ต้องมาจากอาณาจักรที่มีวัฒนธรรมยิ่งใหญ่ อย่างเช่นปิรามิดของชาวอียิปต์ สะพานส่งน้ำ ของชาวโรมัน รวมถึงกำแพงเมืองจีนเท่านั้น

เฟย เฟย เป็นวิศวกรโยธาดีเด่นในยุโรปคนหนึ่ง เป็นทีมสร้างสนามรังนก สัญลักษณ์สำคัญสิ่งหนึ่งของโอลิมปิค 2008 ที่ปักกิ่งที่ประทับใจชาวโลกมาแล้ว ไม่เพียงแต่ประวัติ แต่ผมก็ยังทึ่งในความรอบรู้ของเค้า
bird-nest-overview-02
ภาพ สนามรังนกที่ เฟยเฟย (เฟอร์นันโด) ภูมิใจเสนอมาก

เราฟังความรู้ ชื่นชมบรรยากาศไป ก็รู้ตัวว่า ผมได้ผ่านบริเวณที่ผมเคยกางเต็นท์นอนมาก่อน ครั้งนี้เราผ่านจุดนี้เร็วมาก การเดินทางหลังจากจุดนี้ เป็นเส้นทางที่ผมไม่รู้จักมาก่อน ผมเลยมองกลับมาหาสมาชิกผู้หญิงเพียงคนเดียว จียอง สาวร่างเล็กชาวเกาหลี ที่หัวใจไม่เล็กเลย การเดินทางหลังจากนี้ ลำบากเพียงไร ผมไม่เคยได้ยินเสียงเธอบ่นออกมาแม้แต่คำเดียว

การเดินทางหลังจากนี้ ลำบากด้วยเส้นทางที่ค่อนข้างรกร้าง ต้นไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นบนกำแพงเป็นอุปสรรคในการเดินทางของพวกเรา เราไม่ได้หยุดพักเลยหลังจากนั้น เนื่องจากพวกเราเกรงว่า เราจะไม่ถึงที่หมายก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน

g5
ภาพ เส้นทางเดินทางเมื่อความมืดใกล้เข้ามาเยือน

แต่ถึงเราจะพยายามเดินเร็วเท่าไร เราไปได้ไม่เร็วนักเนื่องจากสัมภาระบนบ่า รวมถึงเส้นทางที่ทั้งชัน และลื่นมาก เราเดินทางบนกำแพงจนกระทั่งเส้นทางขาด และต้องปีนลงจากกำแพงที่มีความสูงราวตึกสองชั้น เส้นทางตรงนี้ทำให้ผมนึกถึงกิจกรรมโอเรียนเตชั่นของชิงหัว ผมลงเป็นคนสุดท้าย และมีเพื่อนร่วมทางยินดีที่จะเอาไหล่ และมือรับเท้าผมก่อนลง

หลังจากนั้นเราก็เดินทางเลาะขอบกำแพง ก่อนที่จะกลับขึ้นไปบนกำแพงอีกครั้ง เส้นทางหลังจากนี้ค่อนข้างสวยมาก เรามองเห็นกำแพงเมืองจีนอีกส่วนหนึ่งไกล ๆ ผ่านเขาหลายลูก มองเห็นหงฉี ธงสีแดงไกล ๆ ขนาดเล็กประมาณหัวไม้ขีดปักไว้บนกำแพงเพื่อจะบอกนักเดินทางว่า ท่านได้มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว นั้นหมายถึงกำแพงเมืองจีนที่พวกเราเดินอยู่ คือกำแพงที่อยู่หลังหงฉี เขตหวงห้าม และจะไม่มีใครเลย นอกเหนือจากพวกเราหกคน
g21
ภาพ กำแพงเมืองจีน เป็นกำแพงที่สวยและมีเสน่ห์มาก

กำแพงส่วนที่ก่อนจะถึงป้อมสูงสุดนั้น ทำให้ผมไม่ลืมมันได้เลย เราต้องเดินเลาะขอบผา มีปลายหินที่ไม่ใหญ่นักให้เหยียบเท้า ข้างล่างเป็นเหวที่ชันมาก เราจะไม่มีโอกาสพลาด เพราะมันจะไม่มีหนที่สอง ถ้าไม่มีเป้ขนาดใหญ่อยู่ที่หลัง ผมจะมั่นใจกว่านี้ ผมข้ามโดยใช้เวลาพินิจพิเคราะห์พอสมควร ไม่มีทางเดินกลับ มีแต่จะเดินหน้าต่อ ความผิดพลาดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ผมก้าวขาไปช้า ๆ เหยียบไปทีละก้าว รักษาสมดุลร่างกายให้ดีที่สุด เวลาแค่สองนาที มันยาวนาน ผมเดินทางผ่านวินาทีที่ผมจะไม่กลับไปอีก

ในที่สุดเราก็ถึงจุดหมาย ป้อมนี้ค่อนข้างใหญ่เพียงพอให้เรากางเต๊นท์นอนข้างล่าง และทำอาหารเย็นทานกันข้างบน สิ่งที่ประทับใจพวกเรามาก คือการได้เห็นพระอาทิตย์ย้อยตกดินบนแนวกำแพงเมืองจีน พระอาทิตย์สีแดง หายไปพร้อม ๆ กับราตรีหนาวเย็นที่กำลังมาเยือน

G1

g2
ภาพ พระอาทิตย์อัสดง บนกำแพงโบราณ

ถึงแม้จะเตรียมตัว เตรียมใจดีแค่ไหน ผมก็ยังไม่สามารถทำใจนอนหลับได้ดีนัก สมาชิกคนที่เหลืออย่าง อีวอน เฟย เฟย ไมเคิล จียอง และโจ้ก็คงเหมือนกัน เสียงลมโหยหวนดังมาก และพัดเอาเต็นท์เราสั่นไหวตลอด เสียงลมพัดนั้นพาเราจินตนาการเหมือนเสียงวิญญาณทหารที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน ดีที่ผมไม่ต้องนอนคนเดียว และถึงแม้ผมพยายามนอนอย่างไร รักษาร่างกายให้อุ่นที่สุดแค่ไหน ก็ไม่อยากหลับตานอน เพราะกลัวว่าเราจะตื่นขึ้นมาเห็นอีกอรุณนึงหรือเปล่า

g20
ภาพ จียอง และห้องนอนของเธอ

จากสองทุ่ม ผมนอนครึ่งหลับครึ่งตื่น และรู้สึกว่า น่าจะใกล้เช้าแล้ว เมื่อดูนาฬิกา ก็พบว่าเพิ่งจะเที่ยงคืน อาการนี้เป็นไปตลอดจนถึงเช้า จนเมื่อทุกคนตื่น ผมก็พบว่าทุกคนรู้สึกไม่ต่างกัน

เช้านี้ เราตื่นแต่เช้า รวมถึงโจ้ ที่พยายามจะมาดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่หมอกหนามาก ฟ้าปิด อากาศหนาวและต่ำกว่าศูนย์องศา เราต้มน้ำ ก่อไฟ เพื่อจะกินน้ำอุ่น ให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้น จากนั้นไม่นาน ผมก็เข้ามาเก็บของในเต๊นท์ และได้ยินเสียงทะเลาะกันว่า เราควรจะรีบออกจากที่นี่ อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่า เฟย เฟย อุตส่าห์เตรียมอาหารเช้าแสนอร่อย ขนขึ้นมาให้พวกเราจากตีนเขา ผมก็อยากจะพักผ่อนซึมซับบรรยากาศอีกสักพัก แต่พอเหลือบมองผ่านไปทางหน้าต่างของกำแพง เห็นว่าหิมะกำลังตก และตกแรงขึ้นเรื่อย ๆ เรากำลังอยู่บนเขากันแค่หกคน ไม่รู้ว่าจะหลงทางหรือไม่ หิมะก็ตกอย่างหนัก คงไม่มีทางอื่นนอกจากหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

g7
ภาพ Starbucks ของเรา ไม่ทันเปิด ก็ต้องปิดซะแล้ว

ยิ่งผมโทรไปหาคุณเว่ย เพื่อถามความคิดเห็น ก็ยิ่งทำให้ผมกังวลขึ้น คุณเว่ยบอกว่ากลุ่มผมควรจะเดินทางกลับทางเดิม เพราะถ้าฝืนเดินต่อ และไม่รู้เส้นทาง อาจจะหลงและไม่มีใครหาพบ เพราะสัญญาณโทรศัพท์นั้นจะใช้ได้เมื่อยืนอยู่บนยอดตรงจุดนี้เท่านั้น การเดินทางกลับก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคิดถึงว่าต้องข้ามเหวนรกที่กำลังจะลื่นเพราะหิมะ ผมคิดว่าเราควรจะเดินทางต่อ น้ำ อาหาร และฟืนไฟ ยังเพียงพอให้เราอยู่รอดได้อีกระยะ

การเดินทางระหว่างหิมะตกเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ กำแพงเมืองจีนตอนที่มีหิมะตก สวยจับใจ สีขาวปกคลุมกำแพง มีละอองหิมะตกลงจากฟากฟ้า แต่อย่างไรก็ตามเวลานั้น ใจผมจะกังวลอยู่มาก ผมกลัวว่าหิมะที่สวยนั้น จะแฝงไปด้วยความร้ายกาจที่จะทำให้เรามองไม่เห็นเส้นทางเดิน และหลงอยู่กลางป่าตลอดกาล

g13
ภาพ หิมะบนกำแพงเมืองจีน ความฝันที่มาไม่ถูกที่ถูกเวลา

เราเดินทางไปกว่าชั่วโมงด้วยการให้กำลังใจกันตามสมควร สีหน้าแต่ละคนมีความกังวลไม่น้อย แต่พวกเราก็เดินทางต่ออย่างอดทน เพื่อหวังว่าจะได้เจอหมู่บ้านถัดไป การเดินทางผ่านเส้นทางป่า แม้นไม่ยากเหมือนเมื่อวาน แต่ต่างกันที่เมื่อวานเรารู้จุดมุ่งหมายปลายทาง วันนี้เราไม่รู้จุดหมายปลายทาง การที่เรารู้จุดหมายปลายทาง ถึงแม้การเดินทางจะลำบากเพียงใด ผมคิดว่าดีกว่าการเดินทางที่สบาย แต่ไม่รู้จุดหมายปลายทางมากนัก

เราเดินทางกว่าชั่วโมง ก็พบร่องรอยที่คุณเว่ย เคยเล่าให้ผมฟัง คือจะเห็นถ้ำพระพุทธศาสนาโบราณ ผมมองเห็นโขดหินใหญ่แต่ไกล ที่ประทับใจผมมากคือ วิวตรงมุมนี้ ซึ่งต้นสนที่มีฟอร์มกิ่งที่มีสเน่ห์มาก ขึ้นมาบนชะงอนหิน และขึ้นมาอยู่เพียงต้นเดียว ต้นไม้รอบข้างล้วนไร้ซึ่งใบ แต่กลับมีสีเขียวสดของต้นสนตัดกับหิมะ และปลายกิ่งไม้ ถูกโอบกับแนวเขาแกรไนต์ ผมแอบคิดถึงหวงซานอยู่ครู่หนึ่ง และกลับมาบอกตัวเองว่าถึงจะยังเดินไปไม่ถึง แต่ผมก็เชื่อว่าที่นี่คือถ้ำ ๆ นั้น

ในที่สุดเราก็มาอยู่ปากถ้ำ แสดงว่าหนึ่งชม.ที่ผ่านมาไม่สูญเปล่า และเรามากันถูกทาง ถ้ำนี้มีพระพุทธรูปอยู่สององค์ประดิษฐ์อยู่ทางซ้ายของถ้ำ และมีทางลงไปลึกมาก มองไม่เห็นปลายถ้ำ มันถูกปิดตายไม่อนุญาตให้คนเข้า คุณเว่ย บอกพวกเราว่า ในนั้นมีรูปวาดพระพุทธเจ้าอยู่ตามผนัง ถึงจะไม่ได้ลงไปดู ก็เห็นว่าที่นี่เหมาะกับการปฏิบัติธรรมมาก

g12
ภาพ ปากถ้ำที่สวย และสงบ เงียบมาก

การเดินทางไปต่อนั้น ทำให้ผมค่อนข้างสบายใจขึ้น เนื่องจากทางเดินที่กว้างขึ้น และมีการวางแผ่นหินที่เรียบร้อย ผมเดินช้าลงและปล่อยใจไปกับธรรมชาติ เห็นดอกท้อบานตามแนว สลับกับหลาย ๆ ต้นที่ยังไม่ได้บาน เส้นทางลงเขาที่คดเคี้ยวราวค่ายกลโปรยด้วยหิมะตลอดเส้นทาง ต้นดอกท้อทอดยาวทางซ้ายและขวาตลอดหุบเขา มีทิวเขาสูงตะหง่านอยู่ข้างหน้า ทำให้ผมจินตนาการถึงอึ้งย้ง และเกาะดอกท้อ ในเรื่องมังกรหยกไม่ยากนัก เพราะอึ้งย้งเป็นผู้หญิงในอุดมคติของผม และมังกรหยกก็เป็นนิยายโปรดที่ดูได้หลายครั้งโดยไม่รู้จักเบื่อ

เราเดินทางอีกกว่าชั่วโมงก็พบทางออก การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างชัดในความทรงจำของผม รูปใบเดียวแทนคำพันคำ ผมกลับว่าความรู้สึกเพียงครู่เดียวแทนรูปภาพและเรื่องราวได้ไม่รู้จบ

g16
ภาพ ป้ายที่เขียนอยู่ตรงทางออก

Advertisements

2 thoughts on “กำแพง 10,000 ลี้แห่งความหลัง (ตอนจบ)

  1. chaiyaac says:

    ตอนนี้อยู่ อินเดียแร้วม้าง

  2. ake says:

    good kab.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Archives

Blog Stats

  • 345,369 hits
%d bloggers like this: