บาหลี มนตราแห่งทวยเทพ

1

August 8, 2009 by Lin

ช่วงเวลาอาทิตย์นี้ ผมเดินทางพักผ่อนที่บาหลีกับครอบครัว เลยนำเอาบันทึกที่ผมเคยเขียนในการเยือนบาหลีครั้งแรก เป็นการเดินทางที่สำคัญ ซึ่งนอกจากเป็นเหตุให้ผมเดินทางกลับไปบาหลีอีกครั้ง ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางแบบแบ็คแพ็คเกอร์ของผม

เหตุเกิดเมื่อวันวาเลนไทน์ปีที่แล้วครับ

…. บาหลี ในวันแห่งความรัก

P1010015

บาหลีเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ผมใฝ่ฝันว่าต้องไปสัมผัสสักครั้ง ต้องขอขอบคุณเทคนิคดี ๆ จากพี่ที่ SCG ที่ทำให้ผมได้ตั๋วมาฟรี ๆ แถมมากับเที่ยวบินที่กลับจากปักกิ่ง ขอขอบคุณ sponsor คือการบินไทยด้วยเช่นกัน

ในความรู้สึกของคนทั่วไป อาจจะรู้สึกว่าบาหลี หรือส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนิเซียนั้น อันตรายและน่ากลัว ทั้งประชากรผิวสีเข้ม วัฒนธรรมที่แตกต่างจากบ้านเรามาก กลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดน และภัยธรรมชาติมากมาย ที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นมิให้เกาะที่สวยงามที่อยู่ใกล้เพียงนี้ ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย

ผมเดินทางไปด้วยความรู้สึกนั้นเช่นกัน เพียงแต่ว่าความหลงใหลในศิลปะและวัฒนธรรมบาหลีนั้น มีมากกว่าเป็นทวีคูณ และนี่เป็นครั้งแรก ที่ผมเดินทางไปเที่ยวคนเดียว ด้วยเหตุที่แฟนผมติดงานพอดี (เหตุการณ์น่าเศร้านี้สร้างแบ็คแพ็กเกอร์ในโลกนี้อีกหนึ่งคน 🙂 ) ดังนั้นผมจึงมีเพียงหนังสือนำทางหนึ่งเล่ม เป้ใบเดียว เดินทางสู่ประเทศที่ผมไม่รู้จักใครเลย

ทว่าการเดินทางนั้น ราบรื่นขึ้นมาก ด้วยเจอพี่ที่เข้าไปทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากบาหลีเข้ามาขาย นั่งอยู่ข้าง ๆ ในเที่ยวบินขาไป ช่วยจัดการหลายเรื่อง แม้ผมเดินทางไปประเทศจีนและเจอผู้คนลักษณะนี้บ่อย ๆ ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอที่บาหลีและได้นั่งข้าง ๆ กัน บาหลีเป็นเกาะที่เต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาและความเชื่อที่หยั่งรากลึกของชนพื้นเมือง ผมเดินทางด้วยศรัทธาและความอยากรู้จักในบาหลีที่สะสมอยู่ในความรู้สึกมานาน ด้วยเหตุนี้หรือไม่ จึงอุบัติเรื่องเหลือเชื่อในบาหลีหลายครั้งเกินกว่าที่จะว่าเป็นความบังเอิญ ความเชื่อและแผนการนำทางผู้คนไปได้ถึงเพียงจุดหนึ่ง แต่ศรัทธานั้นพาคุณไปไกลกว่านั้นมาก คำพูดจากหนังสือเล่มโปรดของผม ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับความรู้สึกแปลกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

ในช่วงที่ผมเดินทางไปนั้น เป็นช่วงก่อนเข้าปีใหม่ของชาวบาหลี ทุกบ้านได้ประดับตกแต่งด้วยไม้ไผ่สูงไว้หน้าบ้านทั่วทั้งเกาะ ได้รู้จากมิตรใหม่ชาวบาหลีที่รู้จักกันและเป็นคนขับรถจี๊บให้ผมทั้งสามวันว่า นี่เป็นสัญลักษณ์และความเชื่อของชาวฮินดูในบาหลี ความหมายนั้นถูกถ่ายทอดมาเป็นเครื่องเตือนใจรุ่นสู่รุ่นว่า มนุษย์และสิงห์สาราสัตว์ พืชพันธุ์ทุกหมู่เหล่า ล้วนเกิดขึ้นจากดิน แทงสูงขึ้นไปสู่ฟ้า ผ่านสิ่งต่าง ๆ มากมาย ราวกับสิ่งประดับตกแต่งในแต่ละข้อไผ่ที่มีทั้งความสวยงามและขวากหนาม แต่ในที่สุด ก็โค้งงอ และกลับสู่ดิน เหลือไว้เพียงกรรมดีและกรรมชั่ว ที่จะพาให้ดวงวิญญาณกลับมาเกิดใหม่ตามบุญและกรรม บนโลกนี้อีกครั้ง

บาหลีเป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์มาจากเถ้าถ่านภูเขาไฟ รวมถึงมีแม่น้ำและคูคลองหลายสาย ภูเขาไฟที่เสมือนเทพเจ้าสูงสุดของชาวบาหลี กูนังอากุง (Gunung Agung) และภูเขาไฟลูกอื่น ๆ ได้ปล่อยเถ้าถ่านและธาตุอาหารไปทั่วทั้งเกาะหลายต่อหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายสี่สิบปีที่แล้วที่ได้นำแร่ธาตุที่สมบูรณ์จากใต้ผืนดินขึ้นมา พร้อมกับปรับธรรมชาติให้คืนสู่สมดุลอีกครั้ง และความที่เป็นเกาะสงบไม่มีสงคราม (นอกจากสงครามจากผู้ล่าอาณานิคมที่เพิ่งมาเกิดไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา) ความอุดมสมบูรณ์จากทรัพย์ในดินสินในน้ำนี้เอง ที่ทำให้ชาวบาหลีมีเวลาที่มีคุณภาพเพียงพอจากการกสิกรรมเพื่อจะสรรสร้างศิลปะและวัฒนธรรมที่สวยงาม

ศรัทธาของชาวบาหลีนั้น ไม่เพียงแต่สะท้อนออกมาในรูปของศิลปะเท่านั้น การดำเนินชีวิต ความคิด ก็เป็นไปตามสิ่งนั้นเช่นกัน ชาวบาหลีอาจจะดูไม่เป็นมิตรในแรกพบ คุยไปอย่างไรสีหน้าก็ยังคงเรียบเฉย ราวกับท่าทีที่พวกเขาดูสำรวมในวัดบาหลีที่มีกว่าพันแห่งทั่วทั้งเกาะ แต่ภายในหน้าทมึนผิวสีเข้มนั้น งดงามและบริสุทธิ์ เป็นชีวิตที่พอเพียงที่มิได้หวังอะไรไกลไปกว่า ความสุขที่หาได้รอบตัว

การเดินทางครั้งนี้ นอกจากความเข้าใจในบาหลีมากขึ้นแล้ว ผมยังเข้าใจในความคิดของชาวตะวันตกมากขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวความคิดเรื่องการท่องเที่ยว หนังสือ Lonely Planet ที่เป็นเสมือนเข็มทิศนำผมไปสู่จุดมุ่งหมายต่าง ๆ ในบาหลีนั้น พาผมเข้าสู่วิถีทางท่องเที่ยวแบบชาวตะวันตก พร้อม ๆ กับสัมผัสบาหลีอย่างละเอียด ถึงแม้การเดินทางผมจะพลาดสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปมากมายที่ได้ศึกษาไว้จากเพื่อนคนไทยก่อนการเดินทาง แต่กระนั้นคุณภาพของประสบการณ์ (Quality of Experience) กลับสูงค่ากว่ามาก การเข้าไปสัมผัสวิถีของชาวบาหลีอย่างลึกซึ้ง เดินทางผ่านป่าดิบชื้นสู่วัดที่เงียบสงัด หลับใหลอยู่กลางป่าลึก เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า การเดินทางแบบนี้นี่เองที่ทำให้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง สะพายเป้ใบเดียวไปเรียนรู้โลกกว้างที่พวกเขาไม่เคยรู้จัก และเรียกตัวเองว่า แบ็คแพกเกอร์

เพียงแค่สามวันผมมิอาจเล่าได้ว่าความรู้สึกที่หลากหลายนั้นเต็มไปด้วยสิ่งใดบ้าง สิ่งที่ดีที่สุดคือ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ชาวบาหลี จะยังคงเอกลักษณ์ทั้งวิถีชีวิต ศิลปและวัฒนธรรมเอาไว้ตราบนานเท่านาน และรอวันที่เราจะเข้าไปสัมผัสสักครั้ง

Fast Fact
เงิน รูเปี๊ยะ 9,700 = 1 USD
ค่าใช้จ่าย
โรงแรมปานกลาง มีแอร์ น้ำอุ่น สระว่ายน้ำ สวนบาหลี 150,000 – 300,000 รูเปี๊ยต่อคืน แนะนำ Kutut’s palace, Sayan Terrace บรรยากาศสุดยอด อยู่ข้างโรงแรม 5 ดาว บรรยากาศไม่ต่างกัน แต่คุณจ่าย ไม่ถึงหนึ่งในสาม
อาหารทั่วไปพื้นเมือง 10,000 รูเปี๊ยต่อมื้อ ร้านอาหารตามโรงแรมหรู 100,000 – 200,000 รูเปี๊ยต่อมื้อ
ค่าน้ำมัน 4,000 รูเปี๊ยต่อลิตร คนขับพร้อมรถเล็กๆ 160,000 – 300,000 รูเปี๊ยต่อวัน (ติดต่อ Joe Joe; 081 2469-4330นิสัยน่ารัก)
สถานที่ไม่ควรพลาด
Pura Ulan Danu Bratan วัดฮินดูพุทธกลางทะเลสาบบนหุบเขาสูงหกพันฟิต บูชาเทวีดานุ บรรยากาศสุดยอด
Pura Luhur Batukau วัดประจำอาณาจักร Tabanan สร้างกลางหุบเขา Batukauและป่าลึก
Pura Tanah Lot หนึ่งในวัดรอบเกาะ สวยมากในยามอาทิตย์ตกดิน แต่ทัวร์เยอะ
Jitiluwih สถานที่ดูนาขั้นบันไดที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี วิว 360 องศาแบบพาโนรามาและมีภูเขาไฟเป็นแบ็คกราว!
Ubud เมืองศูนย์กลางวัฒนธรรมแบบบาหลี เต็มไปด้วยบังกะโลยันโรงแรมหกดาวสไตล์บาหลี วิธีดูเมืองที่เยี่ยมที่สุดคือเดิน
Batuan เมืองที่ยังคงเก็บรักษาวิถีชีวิตบาหลีพันปีได้อย่างลงตัว

Advertisements

One thought on “บาหลี มนตราแห่งทวยเทพ

  1. Balenciaga says:

    ใส่กางเกงเบี้ยวอะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Archives

Blog Stats

  • 345,369 hits
%d bloggers like this: