ทุกช่วงตลาด โดยเฉพาะตลาดที่เฉยชาอย่างปัจจุบัน ผมกลับมานั่งทบทวนพอร์ตและวิชา ตำรา หนังสือต่าง ๆ ทีเรียนมาใหม่อีกรอบทุกครั้ง
หลายครั้ง ราคาหุ้นเขยิบขึ้นไปสูงจนผมอยากจะขายหลายครั้ง หรือหลายครั้ง ราคาหุ้นไม่ขยับไปไหนเลย ในระยะเวลาที่ยาวนาน หรือแย่กว่านั้น ราคาหุ้นกลับลดลงผิดกับที่คาดไว้ ทุกความรู้สึกที่ถาโถม เป็นเครื่องพิสูจน์นักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนระยะยาวทุก ๆ ครั้ง
PE สูงจนน่ากลัว (ราคาหุ้นขยับขึ้นไปตลอดโดยกำไรตามไม่ทัน) หรือต่ำจนน่ากลัว (ราคาหุ้นขยับลงตลอด ทั้ง ๆ ที่กำไรปัจจุบันเพิ่มขึ้นหรือทรงตัว) ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนหวั่นไหว Indicator หลาย ๆ ตัวที่เป็นจุดทดสอบนักลงทุนก็ปรับจนอยู่ในโซนขาย และ
คำถามข้างต้นผมนั่งดูสิ่งที่เป็นคำตอบส่วนตัวของชีวิตการลงทุนที่ผ่านมา มีทั้งการขายทิ้งไปก่อนแล้วกลับมาซื้อ หรือขายไปแล้วไปลับ แบบที่เรียกว่าขายหมู หรือถือจนเบื่อ ก็มีทั้งผิดบ้าง ถูกบ้าง และผมก็พบอีกอย่างหนึ่งว่าการเข้าซื้อที่ราคาต่ำกว่ามูลค่า อาจจะไม่ยากเย็นเท่ากับการถือหุ้น หากนักลงทุนเริ่มมีความชำนาญขึ้นในการวัดมูลค่า การถือหุ้นถือเป็นหัวใจสำคัญในการเป็นนักลงทุนระยะยาว
หากสังเกตหุ้นที่บัฟเฟตต์ถืออย่าง Coke ก็เห็นได้เลยว่า มีนักลงทุนหลายคนเคยซื้อด้วยความคิดเหมือนบัฟเฟตต์ แต่ที่ไม่เหมือนคือวิธีคิดตอน “ถือหุ้น” ที่ผมคิดว่าหาคนมาเทียบได้ยากมากบนโลกใบนี้ ผมเฝ้าแสวงหาเหตุผลว่าบัฟเฟตต์ทำได้อย่างไร ก็พบได้คำตอบเดียวคือ DCA
![chart_coke[1]](http://verapong.files.wordpress.com/2011/07/chart_coke1.gif?w=300&h=182)
ราคา Coke ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ที่มีระยะเวลารอคอยที่ยาวนานในช่วงทศวรรษ 70

ราคา Coke ใน 10 ปีล่าสุด ที่มีการขยายตัวในตลาดเกิดใหม่มากมาย แต่ราคาไม่ไปไหน (กราฟนี้เป็น Scale Log นะครับ)
Competitive Advantage คือความสามารถในการแข่งขันที่อยู่กับตัวธุรกิจ อาจจะเป็นตราสินค้าที่มีคนจงรักภักดี ต้นทุนการผลิต เทคโนโลยี สิทธิบัตร หรือทำเลทางธุรกิจ แต่สิ่งนี้ไม่เพียงพอสำหรับการลงทุนระยะยาว เพราะบัฟเฟตต์บอกว่า ความสามารถในการแข่งขันที่ดีจะต้อง “ยั่งยืน” ด้วย หรือที่แกเรียกมันว่า Durable Competitive Advantage
สิ่งนี้ถ้าพบก่อนคุณก็จะกำไรมหาศาล ยิ่งถ้ามุมมองคุณไม่เหมือนกับตลาดในทีแรก แต่ถึงคุณจะพบมันทีหลัง มันก็จะส่งผลทวีให้คุณได้หากคุณถือหุ้นระยะยาวเพียงพอ ผมคิดว่า concept ง่าย ๆ แค่นี้ นักลงทุนที่ลงทุนมาแล้วระยะหนึ่งย่อมเข้าใจได้ไม่ยาก แต่เพราะอะไรถึงปฏิบัติได้ไม่เหมือนบัฟเฟตต์
ผมคิดว่าเหตุผลหนึ่งคือ บัฟเฟตต์มองแต่ DCA ตลอดเวลา เรียกว่าทุกลมหายใจ จากการนั่งฟังเทปแกบรรยาย รวมถึงอ่านรายงาน ไม่เคยมีส่วนไหนที่ไม่พูดถึง DCA ส่วนนักลงทุนทั่วไปมองแต่ราคา หรือมูลค่าในระยะสั้น รวมถึงกำไรในระยะสั้น ๆ และอีกสิ่งหนึ่งคือความไม่ศรัทธาใน DCA หรือคิดว่า มันไม่มีจริง ไม่ว่าจะเป็นในเมืองไทย หรืออะไรก็ตาม อันที่จริง ถ้าค่อย ๆ มองจะเห็นว่า ธุรกิจไหนที่ผู้บริหารมุ่งสร้าง DCA ธุรกิจไหนที่มุ่งแต่สร้าง EPS หรือมุ่งเน้นแต่กำไร
ผมคิดว่าถ้าเราไม่โลภเกินไปนัก อดทนรอไประยะหนึ่ง จะพบได้ว่าสิ่งหนึ่งที่ถูกและไม่เคยผิดเลยคือ สำหรับนักลงทุนระยะยาว มีแต่ DCA เท่านั้นที่เป็นคำตอบสำหรับทุกสิ่งของการถือหุ้น (ให้ประสบความสำเร็จ
)
เอาไว้ต่อตอน 2 ครับ เขียนเยอะหน่อย จะได้ทบทวนตัวเองไปด้วย
By: Verapong Tam on July 14, 2011
at 4:27 am
รออ่านตอน2 คับ….ขอบคุณสำหรับความรู้ที่มอบให้เสมอครับ
By: kz on July 14, 2011
at 4:33 am
ขอบคุณครับ
อ่านทบทวนข้อเขียนเก่าๆอยู่
รบกวนถามนิดครับ DCA หาได้ง่ายสุดยังไงครับ
By: สำเร็จด้วยใจ on July 15, 2011
at 12:40 am
กำลังพยายามแต่ง ๆ ตบ ๆ แนวความคิดของตัวเองให้มีกระบวนการคิดแบบ Buffet อีกคนครับ ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ครับ
By: baggio on July 15, 2011
at 7:24 am
กำลังเขียนต่อครับ ผมคิดว่าเขียนดี ๆ DCA มีเรื่องให้เขียนเยอะเหมือนกัน
ตอบสั้น ๆ ก่อนว่า DCA หาไม่ยากครับ ขนาด Lynch ยังบอกเลยว่า เด็กอนุบาลก็หาเจอ แต่เรียนจบตรี จบโท Finance อาจจะหาไม่เจอเหมือนกัน เพราะมัวแต่ไปทำ DCF T_T
By: Verapong Tam on July 15, 2011
at 3:47 pm
555
+1 ครับ
By: baggio on July 18, 2011
at 5:53 am
อ่านแล้วนึกถึงหลักการเล่นหมากล้อมเรียกว่า atsui คือเน้นสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มหมาก เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในช่วงกลาง-ท้ายเกมเลย ยังไงเขียนต่อนะครับ ผมชอบอ่านเรื่องหา DCA เหมือนกัน ขอบคุณครับ
By: mod on July 25, 2011
at 5:24 pm
เป็นเกียรติมากที่มาเยี่ยมครับ คุณมดท่าจะเป็นทั้งเซียนหุ้นและเซียนหมากล้อม อย่างนี้ต้องเชิญมาเล่นด้วยกันที่สมาคมด้วย แต่ผมมือใหม่หัดขับโกะ
แต่หมากล้อมช่วยเรื่องการเล่นหุ้นได้ดีมาก ๆ ความคิดผมนะ
เรื่อง DCA จะนั่งเขียนอาทิตย์ที่ผ่านมา ฟังสัมมนาเพลินจนไม่ได้เขียน ผมฟังของคุณมด ยอมรับว่าเริ่มเข้าใจแนวทางอื่น ๆ ขึ้นเยอะ อันที่จริงแนวทางการลงทุนหลายเรื่องเหมือนเป็นแค่เครื่องมือ ชนะแพ้กันที่ใจคนใช้มากกว่า
วันนี้ต้องเดินทางไปสิงค์โปร์อาทิตย์นึง กลับมาจะเขียนต่อครับ เผื่อจะไปหิ้วหนังสือดี ๆ กลับมาด้วย
By: Lin on July 26, 2011
at 12:56 am
ผมก็เบบี๋หมากล้อมครับพี่ เพียงแต่ว่าเคยทำชมรมหมากล้อมตอนเรียนก็เลยพอรู้บ้างครับ ถ้านัดเล่นฝีมือน่าจะพอกัน อิอิ
(แต่ส่วนตัวพยายามประยุกต์หลักการหลายๆอย่างมาใช้อยู่ตลอดครับ เล่นไม่เก่งแต่ขอ apply หน่อย อิอิ)
เรื่องแนวทางผมว่าถ้าเราไม่มีอคติมันแค่เครื่องมืออย่างที่พี่ว่าจริงๆครับ เดินขึ้นเขาเหมือนกันแต่คนละทางเอง แต่คนจะไปถึงยอดก็ต้องมีใจไปให้ถึง
เดี๋ยวรออ่านครับ ไปสิงค์โปรโชคดีเดินทางปลอดภัยครับ
By: mod on July 26, 2011
at 9:33 am
Ho กำลังรอฟังเลยทำไมจบเร็วจัง
By: crazyrisk on July 27, 2011
at 6:51 am
กลับมาแล้วครับ
@mod
ผมก็เหมือนกัน ความรู้หมากล้อมน้อยนิด แต่เอามา apply ซะ 555
@หมอเค
มือสมัครเล่นเขียนนิดเขี่ยหน่อยครับพี่ อารมณ์มีผลมากมาย พอเขียนแล้วหมดอารมณ์ก็เก็บไว้เขียนต่อคราวต่อไป
By: Lin on July 31, 2011
at 3:51 am
[...] (ให้ประสบความสำเร็จ ) โดย: Lin credit: http://10000li.net/2011/07/14/answerdca/ Like this:LikeBe the first to like this [...]
By: DCA คือคำตอบสำหรับทุกสิ่ง (1) โดย คุณ Lin « Entaneer's Blog on October 28, 2011
at 3:53 pm